Languages : English
  

  Track and trace



  About Us

Statistic
03/01/2013
23/10/2017
7675804
760868

  PRODUCTS

ความรู้เรื่องถุงอุจจาระและทวารเทียม  


 การเตรียมตัวสำหรับการผ่าตัดลำไส้มาเปิดทางหน้าท้อง

เมื่อพูดถึงการผ่าตัดลำไส้มาเปิดทางหน้าท้อง หรือการทำทวารเทียม (stoma) ประชาชนทั่วไปอาจจะไม่ทราบ คืออะไร แต่ในฐานะที่ท่านอาจจะเป็นผู้หนึ่งที่จะต้องได้รับการผ่าตัดนี้ จึงจำเป็นที่ท่านควรทราบข้อมูลบางประการ  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ต่อตัวท่านเองและครอบครัว

             เมื่อท่านทราบว่าจะได้รับการผ่าตัดเพื่อทำทวารเทียม ท่านอาจรู้สึกกลัว และกังวลต่างๆนาๆ เช่นว่าสิ่งนี้คืออะไร  การดำเนินชีวิตจะเปลี่ยนไปหรือไม่ ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นสิ่งยากลำบากที่จะยอมรับว่า ต่อไปนี้ ของเสียต่างๆ จะต้องผ่านออกมาทางช่องเปิดทางหน้าท้อง อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกกลัวและกังวลต่างๆ ของท่านจะลดลง หากท่านได้เรียนรู้ และเข้าใจถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดนี้

             การผ่าตัดเป็ดทวารเทียมไม่ใช่สิ่งใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น มีการบันทึกไว้ว่ามีการผ่าตัดเปิดทวารเทียมกว่า 200 ปีมาแล้ว ปัจจุบันเราสามารถพบผู้ที่ทำผ่าตัดนี้ได้ทั่วโลก ในเมืองไทยปัจจุบันมีแพทย์และพยาบาลจำนวนมากที่ให้ความสนใจต่อผู้ป่วยกลุ่มนี้ และพร้อมที่จะให้คำปรึกษา และคำแนะนำต่างๆ แก่ผู้ป่วย เช่น ออสโตมี่คลินิคที่สถานบันมะเร็งแห่งชาติ, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลราชวิถี ฯลฯ

            ท่านพึงทราบว่า การผ่าตัดนี้จำเป็นจะต้องกระทำเพื่อช่วยให้ท่านปลอดภัยและรอดชีวิตจากโรคที่คุกคามท่านอยู่ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ หลังจากผ่าตัดแล้วท่านสามารถกลับมาดำรงชีวิตอยู่ในสังคมของท่านได้เฉกเช่นบุคคลทั่วไป หลังจากได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง

            บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ท่านได้รับทราบข้อมูลบางประการ เพื่อเอื้ออำนวยให้ท่านเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลตนเองหลังการผ่าตัดเปิดทวารเทียมอย่างถูกต้อง หากท่านต้องการทราบข้อมูลหรือคำแนะนำเพิ่มเติมท่านสามารถปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลที่เกี่ยวข้อง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะได้รับประโยชน์จากบทความนี้

 

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารในร่างกาย

 เพื่อช่วยให้ท่านมีความเข้าใจกระจ่างขึ้นในเรื่องการผ่าตัดเปิดทวารเทียมจะขออธิบายให้ทราบถึงระบบการย่อยอาหารที่เกิดขึ้นในร่างกายคนเรา ดังในรูปภาพประกอบ เริ่มต้นจากรูปากแล้วไปสิ้นสุดที่ทวารหนัก หลังจากที่รับประทานอาหารเข้าไป อาหารจะผ่านทางหลอดอาหาร เข้าไปที่กระเพาะอาหารที่นี่อาหารจะถูกทำให้เหลวโดยคลุกเคล้ากับน้ำย่อย แล้วผ่านอาหารเหล่านั้นไปสู่ลำไส้เล็ก สารอาหารที่ย่อยแล้วจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ได้รับพลังงานและสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอาหารจะสิ้นสุดลงที่ลำใส้เล็กส่วนปลายส่วนกากอาหารที่เหลือ (ซึ่งอยู่ในรูปของเหลว) จะถูกส่งต่อไปที่ลำไส้ใหญ่ เพื่อดูดน้ำกลับเข้าสู่ร่างกายและขับถ่ายออกจากร่างกายโดยการส่งต่อไปยังทวารหนักในเวลาที่เหมาะสม โดยขบวนการจากปากถึงทวารหนักนี้ จะใช้เวลาประมาณ 12-24 ชั่วโมง

           การผ่าตัดช่องเปิดของลำไส้ทางหน้าท้อง หรือทวารเทียมนี้ กระทำเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าท่านจำเป็นต้องรับการผ่าตัด โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดลำไส้เล็กหรือลำไส้ใหญ่ส่วนที่มีปัญหาออกไป และจะนำลำไส้ส่วนที่เหลือออกมาเปิดทางหน้าท้องแบน ช่องเปิดที่เกิดขึ้นใหม่ที่หน้าท้องนี้ เรียกว่า "ทวารเทียม" โดยต่อไปนี้ของเสียจะถูกขับถ่ายออกมาทางทวารเทียม แม้ว่าท่านจะได้รับการผ่าตัดเปิดช่องทวารเทียม แต่อวัยวะส่วนต่างๆ ที่ทำหน้าที่ในการย่อยอาหารจะยังคงดำเนินต่อไปเช่นเดิม

            ดังได้กล่าวมาแล้ว ลำไส้ใหญ่ทำหน้าที่ดูดซึมน้ำกับสู่ร่างกาย ถ้าส่วนที่ได้รับการผ่าตัดอยู่ในส่วนของลำไส้ใหญ่ ของเสียที่ออกมาจากทวารเทียม จะอยู่ในรูปกึ่งของเหลวหรือค่อนข้างแข็ง ขึ้นอยู่กับส่วนของลำไส้ใหญ่ที่ถูกตัดออกไปหากส่วนที่ถูกไปเป็นส่วนของลำไส้เล็ก ของเสียที่ขับออกมาทางช่องเป็ดทวารเทียม จะอยู่ในรูปของของเหลว เนื่องจากยังไม่มีการส่งต่อไปถึงลำไส้ใหญ่เพื่อดูดน้ำกลับเข้าสู่ร่างกาย

 

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับทางเดินปัสสวะ

           

 นอกจากการผ่าตัดช่องเปิดลำไส้แล้ว ยังมีผู้ป่วยอีกกลุ่มหนึ่งที่จะต้องผ่าตัดระบบทางเดินปัสสวะ เพื่อทำช่องเป็ดทางหน้าท้องเช่นกัน เรามาดูการทำงานของทางเดินปัสสาวะกันเล็กน้อย ในรูปภาพประกอบ  

           ไต (Kidneys) มีหน้าที่หลักในการกรองของเสียจากเลือด โดยผ่านออกมาในรูปของน้ำปัสสวะ โดยของเสียนี้ (ปัสสาวะ) จะผ่านไปตามท่อไต (Ureters) ทั้งซ้ายและขวา เพื่อนำไปเก็บไว้ที่กระเพราะปัสสาวะ (Bladder) จนถึงเวลาอันสมควรจะถูกขับถ่ายออกจากร่างกายทางท่อปัสสาวะ (Urethra) ออกสู่ภายนอก(ซึ่งหากมีปัญหาเกิดขึ้น จนจำเป็นต้องทำการผ่าตัดเปลี่ยนทางเดินปัสสาวะมาออกทางหน้าท้องแทน โดยสาเหตุอาจเนื่องมาจากกระเพาะปัสสาวะไม่ทำงานหรือมีการผ่าตัด เอากระเพาะปัสสาวะออกไป

 

การปรับตัวเข้าสู่สภาวะปกติ

          การปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติของผู้ที่มีทวารเทียมของระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินปัสสาวะ ในช่วงแรกหลังจากการผ่าตัด ท่านอาจรู้สึกสับสน และไม่สะดวกสบาย คนอื่นๆ ก็มีความรู้สึกเหมือนท่านเช่นกัน ท่านควรดื่มน้ำให้มากขึ้นรับประทานอาหารอ่อนตามที่แพทย์แนะนำ หลังจากนั้นท่านจะค่อยๆ กลับเข้าสู่สภาวะปกติในเรื่องการรับประทานอาหาร นอกจากนี้ ท่านจำเป็นต้องเรียนรู้ถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะรองรับสิ่งขับถ่ายจากร่างกายของท่านด้วย

           ทวารเทียมของท่านจะเริ่มทำงานในเวลา 2-3 วัน หลังการตัด โดยในระยะแรก สิ่งขับถ่ายจะมีลักษณะเป็นน้ำ และค่อนข้างบ่อย อาจมีการขับถ่ายของเสียออก 1-2 ครั้งต่อวัน หรือหลังรับประทานอาหาร สำหรับท่านที่ได้รับการผ่าตัดเปิดทวารเทียมของทางเดินปัสสาวะ จะมีน้ำปัสสาวะไหลออกมาตลอดเวลาตั้งแต่วันแรกที่ทำการผ่าตัด

 

ข้อข้องใจบางประการที่อาจเกิดขึ้น

กลิ่น

          ปัญหาเรื่องกลิ่นจะไม่เกิดขึ้น หากท่านเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม ผลิตภัณฑ์บางชนิดมีตัวช่วยเก็บกลิ่นด้วย ความชำนาญในการใช้ผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นได้ ท่านควรระมัดระวังและตรวจสอบให้มั่นใจว่าไม่มีการรั่วซึม

          ท่านสามารถรับประทานอาหารได้ทุกชนิดที่เคยรับประทานก่อนการผ่าตัดแต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดกลิ่นและแก๊สรุนแรง เช่น ถั่ว กะหล่ำปลี สะตอ ชะอม น้ำอัดลม เป็นต้น อาหารจำพวกผักใบเขียวจะช่วยลดกลิ่นได้ ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียดและหุบปากเวลาเคี้ยวจะได้ไม่กลืนลมเข้าไปมาก ซึ่งเป็นสาเหตุให้มีแก๊สออกทางทวารเทียมมากเกินไป

อาการท้องเดิน

          การผ่าตัดทาวรเทียม ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องเดินได้มากกว่าคนทั่วไป สาเหตุที่สำคัญคือ อาหาร ท่านควรเรียนรู้และปรับตัวในเรื่องการรับประทานอาหาร อย่างไรก็ตาม หากเกิดอาการท้องเดินบ่อยผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์

อาการท้องผูก

          หลีกเลี่ยงปัญหาท้องผูก โดยการรับประทานอาหารประเภทผัก ผลไม้สดดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว และควรดื่มน้ำผลไม้ทุกวัน

อาการระคายเคืองรอบผิวหนัง

                                                 

 

          ปัจจุบันมีการพัฒนาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ขึ้นมาก ซึ่งสามารถลดปัญหาการแพ้ หรือการระคายเคืองของผิวหนังบริเวณรอบๆ ทวารเทียม แต่ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้ด้วยสาเหตุบางประการดังนี้

          1. การรั่วซึมของของเสีย ให้ตรวจสอบขนาดของผลิตภัณฑ์ที่ท่านใช้ว่าเหมาะสมกับขนาดของช่องเปิดทางทวารเทียมของท่านหรือไม่ แผ่นแป้นที่ติด(Stomahesive W/F) ติดแน่นดีหรือไม่ หากยังคงมีปัญหาให้ใช้ครีมสะโตมาฮีสีฟ (Stomahesive Paste)ร่วมด้วย

          2. การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์หรือค่อนข้างแรงและเร็ว อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการระคายเคือง จึงควรทำด้วยความนิ่มนวล และเปลี่ยนถุงเมื่อจำเป็น

          3. การใช้สารที่มีฤทธิ์แรงหรือสบู่ทำความสะอาดรอบๆ ช่องเปิดทวารเทียมหากเป็นไปได้ควรใช้น้ำอุ่น และสบู่อ่อนทำความสะอาด

          4. การแพ้พลาสเตอร์หรือกาว หากท่านแพ้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงและแจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลทราบ เพื่อเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์อื่นทดแทน

การมีเลือดออก

 

                                                              

ถ้ามีเลือดออกเล็กน้อยไม่ต้องตกใจ เพราะอาจเกิดจากการทำความสะอาดที่บ่อยหรือแรงเกินไปแต่ถ้าเลือดออกมากและไหลไม่หยุด ควรปรึกษาแพทย์ทันที

อาหาร 

 

         ท่านสามารถรับประทานอาหารได้ทุกประเภทยกเว้นบางโรคที่ต้องควบคุมการรับประทานอาหาร เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต ความดันโลหิตสูง ท่านควารหลีกเลี่ยงอาหาร ที่ทำให้เกิดแก๊สและกลิ่นรุนแรง ท่านก็จะดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ

การอุดตันของอาหาร

                                               

 

          อาจเกิดได้จากการรับประทานอาหารที่มีกากมาก หรืออาหารที่ย่อยยาก เช่น เมล็ดต่างๆ ผักบางชนิด ผลไม้แห้ง ถั่ง ฯลฯ

การเกิดแก๊สและกลิ่นรุนแรง

                                                  

 

          อาหารบางชนิดก่อให้เกิดแก๊สและกลิ่นรุนแรง เช่น เนย ไข่ ปลา หัวหอม ผักบางชนิดนอกจากนี้ยาบางชนิดก็อาจก่อให้เกิดกลิ่นได้ เช่น วิตามินหรือยาแก้อักเสบบางตัว

การเดินทางไกล

                                                 

 

          การมีทวารเทียมไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางไกล สิ่งสำคัญคือ ควรเตียมอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมที่จะเปลี่ยนได้ทุกขณะและควรสำรองอุปกรณ์เผื่อไว้ประมาณ 3-5 วัน

การอาบน้ำ

                                                  

 

          ไม่มีข้อห้ามในการอาบน้ำโดยเฉพาะหากท่านใช้ผลิตภัณฑ์ระบบ ชัว-ฟิต แนชชูร่า ท่านสามารถอาน้ำหรือว่ายน้ำได้ โดยใช้พลาสเตอร์ปิดรอบแผ่นสะโตมาฮีสีฟอีกครั้ง เพื่อความแน่นหนา

การสวมใสเสื้อผ้า

           สวมเสื้อผ้าตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณช่องเปิดทวารเทียม

การออกกำลังกาย

 

           หลังผ่าตัด 6-8 เดือน สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ เป็นต้น หลีกเลี่ยงกีฬาที่หักโหมรุนแรง เช่น รักบี้ ฟุตบอล ชกมวย ไม่ควรยกของหนักเพราะอาจเป็นสาเหตุการเกิดไส้เลื่อนได้

เพศสัมพันธ์

                                                   

 

          มีหลายท่านที่มีความวิตกกังวลในเรื่องเพศสัมพันธ์ การผ่าตัดไม่ได้ลดความต้องการทางเพศแต่อย่างใด ขึ้นกับการแสดงออกและความเข้าในซึ่งกันและกัน

อาการผิดปกติที่ควรไปพบแพทย์

1. แผลเปื่อยและผิวหนังอักเสบมากรอบทวารเทียม

2. ช่องเปิดตีบหรือลำไส้ยื่นมากผิดปกติ

3. ไส้เลื่อน

4. ท้องเสียรุนแรงมาก อุจจาระเหม็นผิดปกติเกิน 2 อาทิตย์

5. เลือดออกมาก

คัดลอกและดัดแปลง จาก เอกสาร การเตรียมตัวสำหรับการผ่าตัดลำไส้มาเปิดทางหน้าท้อง

ของ บริษัท คอนวาเทค